รูปคือลายมือของชีวิต

ขอบันทึกเป็นภาษาไทยสักหน่อย

1.ฝีมือ ท็อปฟอร์มตอนปี 2008-2010 หลังจากออกจากงานประจำ ตอนนั้นไฟแรงมาก อยากพิสูจน์ตัวเอง ทำจนเข้ารพ.รอบแรก ป่วยแต่ละรอบนานเป็นเดือน แค่เพราะอยากให้คนๆนึงเห็น

2.สุดท้ายเพื่อพบว่า ที่ทำไป มันไลฟ์บอย คนที่อยากให้เห็น ก็ไม่เห็นและทุกอย่างไม่มีเหมือนเดิม เหมือนเทน้ำลงทราย เลยรู้สึกว่า ตูจะเก่งไปทำไม

3.ฝีมือดิ่งเหว ตั้งแต่ 2011-2017 เป็นเวลาหกปีที่ทนทรมาน กับการตามหาความหมายของชีวิต เฝ้าถามตัวเอง ตูเกิดมาทำไม ทำไมคนเราถึงทุกข์ การวาดรูปเยียวยาจิตใจได้ดี ช่วงนี้ใช้ชีวิตเข้าๆออกๆรพ.

4.กลับมาได้ตอนปี 2018 แบบค่อยๆกลับมา ไม่เข้ารพ.มาสองปีแล้ว

5.ตอนนี้ภูมิคุ้มกันแรง ถ้าเจอเรื่องเหมือนเดิม ก็จะวาดรูปได้

6.แล้วก็ค้นพบเพศสภาพที่แท้จริงของตัวเอง

จบด้วยรูปที่ชอบมากจากปี 2007 มั้งไม่แน่ใจ

สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรฟัคอัพขนาดไหน

เราก็เลือกที่จะวาดรูปต่อไป I draw therefore I am

ตอนที่ down กับชีวิต ไปเจอประโยคนึง โคตรดี

“When I was 5 years old, my mother always told me that happiness was the key to life. When I went to school, they asked me what I wanted to be when I grew up. I wrote down ‘happy’. They told me I didn’t understand the assignment, and I told them they didn’t understand life.”

-John Lennon

‘ตอนทีผมอายุ 5 ขวบ แม่ผมบอกว่าความสุขคือกุญแจของชีวิต

เมื่อผมอยู่โรงเรียน พวกเขาถามว่าโตขึ้นผมอยากเป็นอะไร ผมเขียนว่าความสุข เขาบอกผมว่า ผมไม่เข้าใจโจทย์ ผมบอกเขาว่าเขาไม่เข้าใจชีวิต’

โห ชอบอะ ผิดเหรอวะที่โตมาอยากมีความสุข

คนเราเกิดมาเพื่อมีความสุข และความทุกข์ ก็เป็นส่วนนึงของความสุขเช่นกัน เพราะถ้าเราไม่ทุกข์ เราจะไม่รู้ว่าสุขสุดๆเป็นไง สำหรับเราภาพวาดมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่ คือเราใช้สีแบบนี้ไม่ได้นะตอนเราทุกข์มากๆ เราเพิ่งกลับมาใช้สีแนวนี้ได้ (รูปที่สอง) สองปีหลัง ดังนั้น ภาพ จึงเป็นตัวบ่งบอกชีวิตคนๆนึง บ่งบอกอินเนอร์ และทุกอย่างจะเรียกได้ว่าบันทึกการเดินทางก็ย่อมได้ ศิลปิน นักวาดทุกคนล้วนเดินทาง เพราะถ้าไม่เดินทาง ไม่มีการเติบโต เราจะวาดมันออกมาไม่ได้ เพราะภาพ มันคือรอยนิ้วมือ ลายเซ็น และทุกอย่างของชีวิตนักวาดคนนึง

ไม่ว่าคุณจะวาดอะไร อย่าลืมว่าสิ่งนั้นคือตัวตนของเรา คือสิ่งที่เราอยากจะบอกแก่โลก