ทำไมต้องไปดูพระอาทิตย์ตกทั้งที่มันเหมือนกัน?

รูปต้นปีกับปลายปี ขอบคุณสำหรับฟีดแบคโพสที่แล้วที่พูดถึงเรื่อง มือตกค่ะ

ก็รู้สึกว่าผ่านมันมาได้แล้วก็โล่งเลยนะมันเป็นช่วงชีวิตที่ลำบากมากจริงๆจนแทบอยากจะเลิกวาดรูปแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เลิกแล้วก็ทำมันต่อมาเรื่อยๆ

ถ้าถามว่า ผ่านช่วงเวลามือตกสุดๆในชีวิตถึง 6 ปีมาได้ไง ก็คิดว่า ยังหลงเหลือศรัทธาในตัวเองอยู่ ก็คิดว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครสักคนอยากจะให้กำลังใจว่าช่วงเวลาเลวร้ายมันไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปสักวันมันจะต้องมีเวลาที่ดีเข้ามาในชีวิตของเรา

ก็คิดว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครสักคน อยากจะให้กำลังใจอยากจะบอกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นเดี๋ยวมันก็ผ่านไปมันไม่ได้คงอยู่กับเรายาวนาน

สำหรับเราช่วงเวลาที่เลวร้ายก็น่าจะเป็นตอนที่อกหักตกงานเข้าโรงบาลพร้อมกันนี่แหละจริงๆสาเหตุหลักมันมาจากเรื่องการป่วยเป็นไบโพลาร์ก่อน เลยทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวไม่ดีไปด้วย แต่โทษโรคก็ไม่ได้ เราทำตัวเอง

ทุกวันนี้ก็มีความสุขดีแล้วก็เลยคิดว่าสิ่งที่ผ่านมามันหล่อหลอมให้เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้ถ้าไม่ได้ผ่านเรื่องพวกนั้นมา ก็จะไม่มีเราในวันนี้

สำหรับเรื่องเสียใจก็มีเหมือนกันนะก็อย่างเช่นคนในอินเตอร์เน็ตบางคนก็ไม่เข้าใจเราไม่รู้ว่าเราผ่านอะไรมาบ้างชีวิตเป็นยังไงทำไมงานถึงแย่ลงขนาดนั้นที่ผ่านมาเจอเสียงด่าเยอะมากมายว่างานไม่เหมือนเดิมงานแย่ก็พยายามมาเรื่อยเรื่อยพยายามทำให้งานมันดีขึ้นดีขึ้นเรื่อยเรื่อย มันยากนะทั้งการที่จะต้องทำให้อาการของโรคมันดีขึ้นแล้วก็ชีวิตรอบด้านดีขึ้นไปด้วยไหนยังต้องประทังชีวิต แล้วก็รักษาไปพร้อมกัน

เราต้องขอบคุณเรื่องที่มันผ่านมาในชีวิตอย่างแรกเรื่องอกหักก็ถ้าไม่อกหักก็จะไม่พัฒนาตัวเองไม่ฝึกภาษาไม่ทำตัวให้ดีขึ้นไม่ปรับปรุงตัวเองก็ยังเป็นตัวเองอย่างนั้นอยู่แล้วเรื่อยเรื่อย

เรื่องที่สองตกงานก็ถ้าไม่ตกงานก็ไม่ได้เป็นนายตัวเองอย่างในวันนี้

เรื่องที่สามเรื่องเข้าโรงพยาบาลมันทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะเขียนเรื่องยาวของตัวเองโดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องนี้

ใช่เห็นว่าทุกอย่างมีสองด้านเสมอเสมอไม่ใช่มีแต่ข้อเสียหรือมีแต่ข้อดีอย่างเดียวทุกอย่างมีข้อดีและมีข้อเสียในแบบของมันอยู่ที่เราจะเห็นหรือไม่เห็นแล้วสามารถทำใจยอมรับสถานการณ์นั้นนั้นได้หรือไม่เราไม่กลัวว่าโปรไฟล์จะเสียเพราะว่าเราเป็นคนที่ไม่ได้ดีเด่อะไรมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ได้มีผลการเรียนที่ดีเลิศประเสริฐศรีเป็นคนธรรมดาเพราะฉะนั้นเราก็คิดว่าถ้าจะล้มซักหน่อยพลาดบ้างผิดไปบ้าง มันก็เป็นวิถีของคนธรรมดาดี ถามว่าทำไมไม่ได้อยากพิเศษ เพราะเรารู้สึกว่าความธรรมดานี่แหละคือความพิเศษพระอาทิตย์ขึ้นตกที่เดียวกันทุกวันทำไมคนต้องดั้นด้นไปดูในที่ต่างๆกัน ในความธรรมดาล้วนมีความพิเศษซ่อนอยู่

นอกจากนี้การที่พระอาทิตย์ตกยังเป็นความจริงอันหนึ่ง ที่บอกเราว่า เดี๋ยวพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว วันใหม่ก็มาถึง

ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนธรรมดาแท้จริงแล้วคุณก็พิเศษไม่เหมือนใครไม่มีใครเหมือนดีเอ็นเอแบบคุณก็มีคนเดียวในโลกไม่เหมือนใครเลยไม่มีใครสามารถก๊อปปี้ตัวคุณเองได้แล้วคุณจะใช้ชีวิตให้เหมือนคนอื่นทำไมในเมื่อคุณไม่เหมือนใครตั้งแต่แรกแล้วก็แค่คิดใช่ไหมว่าจริงๆแล้วกูอยากทำอะไรวะในชีวิตมันไม่ยากหรอกแค่นั่งคิดนอนคิดไปเรื่อยเรื่อยเดี๋ยวก็คิดออกถ้าคิดไม่ออกก็ไปลองทำอะไรใหม่ๆดู

ส่วนความผิดพลาดเรามองว่ามันคือการกล้าล้มถ้าล้มบ่อยบ่อย. มันจะมีภูมิคุ้มกันในชีวิตสูง. พอเจอเรื่องคล้ายๆเดิมอีกครั้งก็จะไม่เจ็บเท่าเดิมหรอกแต่กับคนที่ไม่เคยเจ็บเลยแล้วลองเจ็บสักครั้งก็จะเจ็บมากแต่ไม่มีหรอกที่ไม่เคยเจ็บเลยส่วนมากก็จะเจ็บกันบ้างเล็กน้อยแตกต่างกันไปส่วนความเจ็บมันก็ไม่สามารถวัดได้ป่ะวะว่านี่คือเจ็บมากเจ็บน้อยเจ็บก็คือเจ็บป่ะเราจะมาวัดกันทำไมว่าคนนี้เจ็บกว่ากันเรื่องนี้เจ็บกว่าหรือสิ่งนี้เจ็บกว่า เจ็บคือเจ็บโอเคป่ะ

ในตอนที่เจ็บมากๆแล้วแบบตัวละครหน้าตาไปหมดเลยเศร้าหมองแล้วก็ดวงตาไร้แววไร้ซึ่งความสนุกสนานที่จริงอย่างที่บอกไปเมื่อโพสต์ที่แล้วว่างานมันคือลายมือของคนแต่ละคน มันบ่งบอกว่าตอนนั้นเราคิดอะไรทำอะไรอยู่สุดท้ายก็ยังเชื่ออยู่เหมือนเดิมว่าอะไรที่ไม่ฆ่าเราจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นสู้สู้ค่ะทุกคน