ทางเลือกที่เราเลือกไปแล้วดีที่สุดเสมอ

ทางเลือกที่เราเลือกไปแล้วดีที่สุดเสมอ

เราถูกสอนมาว่า เราต้องกา ก.ข.ค.ง. แล้วถ้ากูเลือกก. ชีวิตกูจะผิด จริงๆชีวิตคนเราไม่ใช่ข้อสอบปรนัย มันมีคำตอบที่ถูกต้องมากกว่าหนึ่งเสมอ มันอาจจะมีถูกทุกข้อ

บางคนอาจจะกังวลใจว่าเราเริ่มช้ากว่าคนอื่นแล้วก็ไม่จบสายตรงแล้วเราจะวาดรูปสู้คนอื่นได้ไหม

พี่จบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มา มันก็มีบ้างวิชาวาด แต่มันไม่ได้มีเยอะ ไม่ได้มีหลายตัว จะมีแค่พวกวิชา arch presentation อะไรพวกนี้ที่มันเกี่ยวข้องกับการวาดรูป ถ้าถามว่าพี่ได้ทักษะการวาดมาได้ยังไง ก็คือฝึกฝนด้วยตัวเอง ถ้าถามว่าข้อดีของการเรียนสายไม่ตรงคืออะไร ก็คือ การคิดนอกกรอบ อะไรพวกนี้ การคิดที่ไม่ได้อยู่ในกรอบศิลปะแบบเดิมๆ ถ้าเราเรียนตรงมา ก็จะมีวิธีการฝึกให้เก่งแบบ traditional คือฝึก drawing ก่อน

แต่คนไม่จบตรง วิธีฝึกอาจจะไม่ใช่แบบนั้น อาจจะเริ่มจากการวาดตามอาจารย์ที่ชอบก่อน ถามว่าดีไหม มันก็แล้วแต่พัฒนาการของแต่ละคน มันก็จะแล้วแต่คนว่าคนนี้ใช้วิธีนี้แล้วได้ผล วิธีนี้ไม่ได้ผล มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราจบอะไรมา ถ้าเราจบจิตรกรรม ก็จะมีวิธีฝึกที่เป็นแบบแผน แต่คนจบไม่ตรง เราจะหลุดออกจากแบบแผน การฝึกจะไม่ใช่ pattern ดังนั้นการพัฒนาการ การแสดงงานศิลปะ ศิลปะที่สร้างขึ้นมา ก็จะต่างจากคนที่จบตรง บางคนอาจจะคิดว่าถ้าเราอยากจะเรียนวาดรูปจะไหวไหม

เช่นถ้าเราเป็นทันตแพทย์ เราอาจจะวาดการ์ตูนเกี่ยวกับสายอาชีพนี้ ถ้าเราวาดรูปเก่ง เราก็จะมีช่องทางการสร้างรายได้มากขึ้นมากกว่าช่องทางอาชีพแบบเดิมๆ มีช่องทางในการไปต่อมากกว่าเดิม คนที่ไม่จบตรง ก็จะมีวิธีการมองแตกต่างจากคนอื่น จะมีความเปิดกว้างในการเรียนรู้มากกว่า แต่ไม่ได้บอกคนจบตรงไม่ดี คนจบตรง ฝีมือจะดีกว่าเฉลี่ยอยู่แล้ว เพราะว่ามหาวิทยาลัย เทรนด์ให้เราเป็นเช่นนั้น ให้เราเก่ง มีศักยภาพ เราก็จะเก่งได้จากการเรียนในคณะ

คนไม่จบตรงไม่ต้องเสียใจ คุณไม่ได้เริ่มช้า หรืออะไร คุณแค่ไปเรียนฟีลด์ของคุณอยู่ งานวาดเราสามารถประยุกต์ได้กับงานทุกช่องทาง อย่างนักเรียนของเราที่เคยมาเรียน เป็นคุณแม่มีธุรกิจโรงพิมพ์ผ้าของตัวเอง มาเรียนแล้วอยากทำลายผ้าตัวเองเป็นต้น การที่เราไม่จบตรง มันหมายความว่า เรามีความรู้ในสายของเรา มันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่า เราจบไม่ตรงแล้วเราจะช้า มันเหมือนการวิ่งมาราธอน มันคือการแข่งขันกับตัวเอง เราไปถึงเส้นชัยได้เหมือนกันไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เราแค่ถึงเส้นชัย ไม่ว่าจะมาจากจุดไหน แล้วถึงเหมือนกันก็โอเคแล้ว

ไม่ต้องคิดว่าเรามาจากจุดนั้นจุดนี้ ไม่ได้จบตรง มันเป็นข้อดี ไม่ใช่ข้อเสีย มันไม่มีช้ากว่าหรือเร็วกว่า มันมีแต่คำว่าเหมาะสม ทุกอย่างที่เราเลือกไป มันเป็นสิ่งที่เหมาะสมอยู่แล้ว ตอนเลือกคณะ เรารู้สึกว่ามันเหมาะสมกับเราขณะนั้น ทุกๆการเลือกของเราล้วนนำไปสู่อะไรบางอย่าง เช่น การซิ่ว เท่ากับเรามีประสบการณ์มากกว่าปีนึง ทำให้เราสามารถปรับตัวได้ดีกว่าคนอื่นๆในรุ่นเดียวกัน ถ้าพี่ไม่ได้เลือกสถาปัตย์ พี่อาจจะไม่ได้เป็นครู อาจจะไปเป็นอาชีพอื่นไปเลย เราไม่ต้องเสียใจในสิ่งเราเลือก เพราะมันดีอยู่แล้ว

มันไม่ใช่แค่เรื่องการวาดรูป ทุกเรื่องในชีวิตของเราไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ หรือ ทางเลือกที่เราเลือกไป มันเหมาะสมที่สุดแล้วเพราะมันทำให้เราได้บทเรียนที่ทำให้เราเป็นเราขณะนี้ บางคนอาจจะบอกว่า ผมไม่ได้พอใจตัวเองเวอร์ชันนี้ ถ้าจบตรงอาจจะดีกว่านี้ สมมติเป็นพี่ ถ้าพี่เลือกสิ่งที่พี่อยากเลือก ซึ่งพี่อยากเลือกสายกราฟิคเหมือนน้องพี่ พี่อาจจะไปทำงานตามเอเจนซี่ก็ได้ วาดภาพประกอบใช้ทักษะส่วนเดียวเท่านั้น น้องคนนึงเป็นเจ้าของกิจการ ต้องการเรียนเพื่อไปวาดภาพประกอบร้าน ทักษะนี่ มีแค่ส่วนเดียว แค่ 30%-40% ถ้าเรารู้พื้นฐานแล้วเราสามารถวาดอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่กับกรอบ

ไม่เช่นนั้น เขาจะมีศิลปะแนว doodle เหรอ หลายๆคนอาจจะลืมนึกไปว่า มันไม่จำเป็นต้องอัพทักษะให้เต็มแมกส์ จริงๆแล้วไม่ต้องคิดมากว่าจะไปต่อสู้หรือแข่งขันอะไรกับใคร การเลือกที่จะทำสิ่งไหน มันคือการแข่งขันกับตัวเอง เราไม่ได้วิ่งในเลนคนอื่นแล้วพยายามสำเร็จในสิ่งที่คนอื่นทำ ชีวิตคือการแข่งขันกับตัวเอง ไม่ใช่การแข่งขันกับใคร เราอาจจะรู้สึกว่าเราเลือกผิด แต่ช้อยส์ที่เราเลือกไป เราเลือกถูกอยู่แล้วเพราะ ผลรวมของทุกอย่างทำให้ตัวเราเป็นตัวเรา น้องอาจจะเถียง พี่แต่ผมไม่ได้อยากให้ชีวิตเลวร้ายแบบนี้ ผมอยากเรียนสิ่งที่อยากเรียน แล้วอยู่ในจังหวะที่ซิ่วได้ ก็ซิ่ว เข้าขณะที่เราชอบไป

บางคนอาจจะบอกว่า เราไม่ได้พึงพอใจกับชีวิตเราขณะนั้น แล้วพีจะให้เรารู้สึกพอใจได้ไง บางคนอาจจะต้องจบเกียรตินิยม จบด็อกเตอร์ ถึงจะเรียกว่าเติมเต็ม เราต้องหาเส้นชัยตัวเองก่อน ว่าเราอยากจะได้อะไรในชีวิต เพราะการเสียใจในทางเลือก มันไม่ได้ทำให้เวลากลับคืนมา เราถูกสอนมาว่า เราต้องกา ก.ข.ค.ง. แล้วถ้ากูเลือกก. ชีวิตกูจะผิด จริงๆชีวิตคนเราไม่ใช่ข้อสอบปรนัย

มันมีคำตอบที่ถูกต้องมากกว่าหนึ่งเสมอ มันอาจจะมีถูกทุกข้อ เพราะฉะนั้นเราต้องมีความซาบซึ้งใจ กับสิ่งที่เราเลือกไปแล้ว ไม่ว่ามันจะนำพามาซึ่งความทุกข์หรือความสุขมาให้เรา ถ้าพี่เลือกใหม่ได้พี่อาจจะเลือกเหมือนเดิม ไม่ใช่เพราะพอใจชีวิตขณะนี้ แต่พอใจในบทเรียนที่เราได้รับมากกว่า หรือต่อให้เราเลือกใหม่ได้ เราอาจจะทำในสิ่งที่เป็นชอยส์เดิมก็ได้ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าชอยส์นั้นนำไปสู่อะไร

สิ่งสำคัญคือชอยส์ที่เราเลือกไปแล้วที่มันมีคำตอบมากกว่าหนึ่งข้อ แล้วคนที่เลือกก็เข้าใจผิดอีกว่าชอยส์นั้นคือดีที่สุด เช่น ถ้าติดคณะแพทย์มหาลัยนี้ ดีกว่ามหาลัยนี้ จริงๆแล้วทุกมหาลัยมีศักดิ์ศรี มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเลือกผิด สิ่งที่เราเลือก ไม่ได้ดี ดูด้อยกว่าคนอื่น ไม่ต้องไปคิดเรื่องเหล่านั้น ไม่ต้องคิดว่า เราไม่น่าเลือกทางนั้นเลย มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เราไม่รู้หรอกว่า การตัดสินใจเหล่านั้น จะนำไปสู่อะไร ถ้าเรารู้ข้อถูก

เช่นถ้าพี่รู้ว่า สิบปีที่แล้ว ถ้าพี่ทำแบบนี้พี่จะป่วยแล้วจะต้องออกจากงาน คนส่วนมากอาจจะตอบสวยๆเลือกเหมือนเดิม แต่ถ้าเอาจริงๆบางคนอาจจะเลือกใหม่ก็ได้ แต่คิดดูนะ ถ้าเลือกใหม่แล้ว ทางนั้นอาจจะเลวกว่าเดิมอีกก็ได้ สิ่งที่เราเลือกจึงเป็นสิ่งที่ดีสุด เพราะเรารู้คำตอบของมัน เหมือนเราเล่นเกมทางจบหลายทาง เช่นเกมจีบ มันเหมือนชีวิตคนเรามากๆ ชีวิตคนเราไม่ได้แค่เลือกชอยส์ ๆๆๆ เสร็จแล้วตีบอสตายจบ เกมจีบ เราอาจจะไม่ได้เลือกผู้หญิงสวย จีบยากสุดในเกม เราก็แค่เลือกคนที่เราชอบ แล้วดำเนินไปตามเส้นทางนั้น

เพราะฉะนั้น ถ้าเราเลือกถูกหรือเลือกผิดเราก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากชอยส์หรือทางเลือกนั้นเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตทำให้เราเรียนรู้ ถ้าเราลบทุกอย่างออกไปได้ มันอาจจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย เหมือนในหนังเรื่อง eternal sunshine of spotless mind ถ้าเราเลือกที่จะลืม ลบ เลือกใหม่ เราจะไม่ได้เรียนรู้สิ่งท่ีเราเรียนรู้ได้พาร์ทนี้ วินาทีที่เราเลือกหรือชอยส์ที่เราเลือก ดีแล้ว

แต่ถ้าเราอยากให้อนาคต เราต้องไม่พลาดซ้ำเรื่องเดิม เราต้องทำให้บทเรียนที่ผ่านมามันมีค่า เพราะฉะนั้นเราคิดซะว่าการที่เราเลือกสิ่งนี้ไปแล้ว เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เราต้องใช้ชีวิตให้เต็มที่ในช้อยส์ที่เราเลือกแล้ว มันมีมีสิ่งที่เราเลือกผิด มันมีแต่”ถูกทุกข้อ” เพราะสิ่งที่เราเลือกไปแล้ว ดีที่สุดเสมอ คนที่แพ้เป็น มันทำลายอีโก้จะทำให้ตัวเราไม่ใหญ่เกินไป ทำให้เราคิดว่า เราไม่ได้แน่อยู่คนเดียว ยังมีคนเก่งอีกมากมายในโลกนี้ อย่าสำคัญตัวว่าเราแน่สุด บางทีอาจจะมีคนที่เก่งกว่าเรา ที่อยู่รอบตัว นอกวง หรือในโลก เราก็คิดซะว่าเราก็แค่ใช้ชีวิต แค่ทำให้ดีที่สุด แค่นั้น อย่าคิดว่าเรานั้นแน่ เพราะสุดท้าย ถ้าเราล้มเราจะเจ็บ ถ้าเราคิดว่าเราแน่ เพราะโชคชะตาคือสิ่งที่แน่จริง คือสิ่งที่สามารถเล่นตลกกับเราได้ทุกเวลาค่ะ