บาดแผลเป็นในชีวิตครั้งใหญ่ของเรา

‘I’m not ASHAME ,I’m gonna show my scar’

มันเป็นวันที่โลกทั้งโลกพังทลายไปต่อหน้า

แค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ

คนที่เราเคยรัก เราทะเลาะกันอย่างรุนแรง
จนเขาบอกเราว่า

“ผมไม่อยากเป็นเพื่อนคุณ”
“นี่เป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเรา เราเป็นเพื่อนกันไม่ได้จริงๆเหรอ”
“ไม่ ไม่ได้ เราจะไม่เป็นเพื่อนกัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหน”

เราขอเรียกเขาว่า ลาเต้ (นามสมมติ)เพราะคำพูดของเขา ช่างขมเหมือนกาแฟ และทำให้ฉันตาค้างเป็นสิบปี ในขณะที่มันมีความขม แต่ความทรงจำหลายๆอย่างก็ยังดี และกลมกล่อมในจิตใจ

เราต้องบินกลับไทยกระทันหัน เพราะเรามีอาการทางจิต และต้องออกจากงานประจำที่สิงคโปร์กำลังไปได้ด้วยดีในขณะนั้นสำหรับเรา เราถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในอาร์ติสท์สองคนที่จะออกอาร์ทบุคสี วางขายไปทั่วโลก ทุกอย่างพังในปีนั้น ในปี 2008 ซึ่งทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปตลอดกาล

ใช่ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย สำหรับคุณ
สำหรับใครๆ คุณอาจจะมองว่ามันไร้สาระ
ใช่ มันเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีแก่นสารใดๆทั้งสิ้น
แต่วิกฤติชีวิตที่เกิดกับเราพร้อมกันขณะนั้น ทำให้เราเกิด ‘อาการทางจิต’

สำหรับเรา ที่มียีน ไบโพลาร์ การกระทบกระเทือนทางจิตใจ และความเจ็บปวดครั้งนี้จัดว่า ‘มากพอ’ ที่จะทำให้ยีน Bipolar ในตัวเรา เริ่มต้นลุกขึ้นมาทำงาน สารเคมีในสมองของเรา ทำงานผิดปกติ มีโดพามีนมากเกินไป ทำให้เกิดอาการ ‘ประสาทหลอน’

เราหลอนถึงขั้นที่คิดว่า มีคนจะมาฆ่า มาทำร้าย เห็นน้องเดินผ่าน คิดว่าน้องถือปืนจะมายิง พ่อต้องให้ตำรวจ มาหามเราขึ้นรถบึ่งไปแอดมิดเข้าร.พ.จิตเวชเป็นครั้งแรก …เป็นครั้งแรกที่ประวัติของเราเหมือนจะไม่สวยงาม มีประวัติเป็นคนไข้จิตเวช หลังคาแดง เป็นคนบ้า จากคนที่จบการศึกษาอย่างดีจากสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ นักวาดที่ได้ไปไกลถึงได้งานในต่างประเทศ ได้กลายเป็นคนไข้ที่มีประวัติการรักษาโรคจิตเวช เราจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปดี…เราจะทำยังไงกับบาดแผล แผลเป็นใหญ่ในชีวิตครั้งนี้ดี?

สำหรับเราที่เข้าร.พ.จิตเวชมาแล้ว ถึง 6 ครั้ง มีประวัติในการรักษาโรคทางจิตเวช โรคที่หลายๆคนกลัวมาก ไม่ใช่กลัวโรค แต่’กลัวเสียประวัติ’ กลัวโดนด่าว่า ‘ไอ้โรคจิต’ กลัวว่าสังคมจะรังเกียจ จะไม่มีใครคบ กลัวคนรู้แล้วจะน่าอาย กลัวสารพัดกลัว ไม่ต้องกลัวค่ะ เราผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาหมดแล้ว และจะบอกว่า เออ ฉันเป็นโรคจิตเว้ย!!!! แล้วไงต่อหละ?ฉันไปขอเงินคุณหรือเปล่า?ไปขอความช่วยเหลือคุณหรือเปล่า?คุณมีสิทธิ์ยังไงมาด่า มาว่า หรือประณามเรา?ถ้าเราเคยขอเงินจากคุณ เคยมีบุญต่อกัน ก็ขอให้รับรู้ว่า คุณจะเรียกเรายังไง เราไม่สนใจหรอกนะ โรคจิต มันก็แค่ชื่อโรคปะ?

และเราได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไประหว่างการเดินทาง จะบอกว่า มันเจ็บ ที่ได้รับรู้ โดยเฉพาะ หากคนๆนั้นเป็นคนที่เราแคร์ เรารัก หรือใส่ใจ และจะบอกว่า ถ้าคนนั้น รังเกียจในโรคของคุณ หรือสิ่งที่คุณเป็นแล้ว เขาอาจจะไม่ใช่ คนที่คุณควรที่จะต้องใส่ใจมากในชีวิตของคุณก็ได้ ถ้าใครก็ตามที่คุณแคร์ เลิกคบคุณ กลัวคุณ เพราะคุณเป็นโรคนี้ ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่า คุณอาจจะหมดซึ่ง’กรรม’ต่อคนๆนั้นแล้ว เพราะการที่คนเรามีปฎิสัมพันธ์กัน เพราะเรายังมีกรรมต่อกันและกันอยู่

เริ่มแรก

การที่คุณคิดว่าตัวเองไม่ป่วย มันจะทำให้คุณมีแนวคิดที่ดีกับการรักษาโรค การที่คุณคิดว่าตัวเองไม่ป่วยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะว่ามันจะทำให้คุณมีกำลังใจในการที่จะต่อสู้โรคนี้มากขึ้นเพราะคุณรู้สึกว่าตัวเองปกติและจะต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่นอน

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดๆเพราะว่าการที่คุณคิดว่าตัวเองไม่ป่วยนั้นมันเหมือนกับเป็น self fulfilling proprecy หรือคำทำนายที่เป็นจริงในตัวเอง คล้ายๆกับการสะกดจิตตัวเอง หรือการทำ nlp อะไรพวกนี้

นอกจากนี้คุณยังไม่ต้องไปสนใจคนอื่นที่นินทาว่าร้ายหรือว่าพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเอง คนประเภทนี้มีเยอะมาก และคนพวกนี้พอถึงเวลาก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรใดๆคุณ มีแต่ซ้ำเติมคุณให้ยิ่งจมดินลงไปอีก สังเกตได้เลยว่าคนที่ซ้ำเดิมคุณ ยามที่คุณลำบาก หรือยามที่คุณไร้ที่พึ่ง ไม่มีที่ไป หรือรู้สึกแย่ในชีวิต แล้วเขากลับซ้ำเติมในสิ่งที่คุณเป็น

นั่นแปลว่า เขาไม่ใช่เพื่อนที่ดีของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องไปแคร์ และใส่ใจคนเหล่านี้มากค่ะ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่คุณควรจะใส่ใจที่สุด ก็คึอ ตัวคุณเอง ใส่ใจความรู้สึกของตัวเอง เพื่อให้ต้วเองรู้สึกดีก่อน แล้วค่อยเผื่อแผ่ ไปสู่คนรอบข้างค่ะ

ใต้รอยยิ้มหลังเซลฟี่

เราต้องเฝ้าเก็บอาการมาเป็นเวลาถึง 10 ปีด้วยกัน พ่อของเรา ไม่เห็นด้วยกับการเปิดเผยข้อมูลการป่วย เพราะคิดว่า อาชีพของเราจะจบณ.ตรงนี้ แต่เราไม่ไหวแล้ว เรารู้สึกว่า การเก็บไว้กับตัว มันยิ่งทำให้เรารู้สึกหนักอึ้ง ราวกับแบกหินก้อนใหญ่เอาไว้ มันเป็นภาระที่ทำให้เราเก็บอดีตไว้กับตัว ทันทีที่เราเปิดเผย ว่าเราป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ เข้ารพ.จิตเวช 6 ครั้ง อกหัก ตกงาน เงินหมด เราก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว งานวาดเราก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะสิ่งเหล่านั้นคือเรืองที่คนทั่วไปคิดว่าน่าอายที่สุดสำหรับชีวิตคนๆนึงแล้ว มันคือการหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตจริงๆ
แต่อย่าลืม เรายังเหลือเพื่อน เหลือคนที่รักเรา รอบๆตัวอีกมากมาย เรายังมีทักษะ ยังมีความสามารถติดตัว ณ.ตอนนั้น ที่เราอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช เรานึกถึงฉากที่อีวี่ใน V for vendetta กำลังจะเขียนชื่อตัวเองเพื่อให้เพชรฆาตมาฆ่า ยามที่คุณรู้สึก’ทรมาน’สุดๆแล้ว คุณจะรู้สึกว่า ตายๆไปเลยอาจจะดีกว่า!! ยามที่คุณไม่กลัวตายแล้ว รู้สึกว่าชีวิตเลวร้ายสุดๆ นั่นคือเวลาที่คุณเป็นอิสระที่สุด เพราะคุณไม่กลัวแล้ว คุณไม่กลัว นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตคนๆหนึ่ง!!ถ้าคุณไม่กลัว คุณสามารถทำอะไรหลายอย่างได้ในโลกนี้ค่ะ
และหลังจากนั้นเราก็เป็นครูมาถึง 10 ปี ถ้าคนจะไม่มาเรียน กับเราเพราะเหตุผลเรื่องโรคนี้ หรือเพราะประวัติเรา ก็ขอให้คุณรู้ไว้เลยว่า เราเองก็ไม่พร้อม และไม่อยากที่จะสอนคุณเช่นกันค่ะ เพราะคุณไม่ให้โอกาสคน และอาจจะไม่เคยล้มแรงๆเลยในชีวิต
เพราะสิ่งที่ทำร้ายเราคือ ‘ชีวิต’ มันคือ’ครู’ที่เจ๋งที่สุดของคุณแล้วค่ะ ถ้าคุณไม่ให้โอกาสชีวิต ทำผิดพลาด ไม่ให้โอกาสคนที่เคยมีชีวิตที่ผิดพลาด คุณจะไม่มีทางสำเร็จในชีวิตได้เลย เพราะอะไร? เพราะถ้าคุณไม่เคยเจอชีวิตทำร้ายเลย คุณก็เหมือนคนที่ขี่จักรยานสามล้อมาตลอด ไม่ล้ม ไม่ผิด และไม่เรียนรู้อะไรเลย…
เพราะในบรรดาสิ่งที่คุณทำในชีวิต บางอย่างล้มเหลว บางอย่างสำเร็จ ที่เห็นคนสำเร็จๆกัน คุณรู้หรือเปล่าว่าเขาล้มมากี่ครั้ง มีบาดแผลมากแค่ไหน ภายใต้รอยยิ้มที่สวยงาม ภายใต้หน้าข้างหลังฉากรูปเซลฟี่ที่ดูดี ต้องซ่อนเอาน้ำตา และรอยแผลไว้มากเท่าไร?
คุณล่ะคะ ซ่อนรอยแผลอะไรเอาไว้ และการเก็บไว้มันทำร้ายคุณหรือเปล่า ?มันทำให้แผลนั้นเรื้อรัง เกินเยียวยา เกินรักษาหรือไม่?
English version
It was the day that the whole world collapsed.
Just a small starting point

People I love. We have got some harsh argument.
Until he told me.

“I don’t want to be your friend”
“This is the biggest mistake in my lives. Can we really be friends? ”
“No, no, we won’t be friends. No matter where ”

I call him Latte (fictitious name) because of his words. Bitter like coffee And made me ten years stay awake While it is bitter But many memories are still good And shivering in the mind

I had to fly back to Thailand suddenly. Because I have mental symptoms And having to leave the regular job in Singapore is going well at that time for me.(2008)

Yes, it may be a trivial matter for you.
For anyone, you might think it’s ridiculous.
Yes, it is nothing. There is no substance at all.
But the life crisis that happened to me at the same time caused me to have ‘mental symptoms’.

For me who is with bipolar genes, mental disturbances And this pain are considered ‘enough’ to make Bipolar genes start to work. The chemicals in our brain behave abnormally. There’re too many dopamines. Cause ‘hallucinogenic’ symptoms

I scared to the point of thinking that someone would come to kill and I see my sister I think she holds a gun, tries to shoot me. Father contact the police to help to carry me to a psychiatric hospital for the first time. …

It is the first time that my profile seems to be beautiful and prestigious. There is a history of ‘psychiatric patients’.People who graduated well from the oldest institution in the country. The illustrator who has gone far to get jobs abroad Has become a patient with a history of psychiatric disorders made me think What do we do with the next life … What do we do with this wound? Great scars in my life?

For us who have been in psychiatric hospitals for 6 times, have a history of treating psychiatric disorders. Diseases that many people are afraid of Not afraid of disease But ‘fear of losing lucrative profile’, fearing being scolded for ‘psychosis’,’psychopath’ Afraid of ‘all the fear’ …

Don’t be afraid I have gone through those times and will say that yeah right maybe I am a psychopath !!!! Then, how? Did I go to ask you for money? Ask for help? How do you have the right to curse or condemn me? If we ever ask for money from you Used to have merit Asked to acknowledge that How do you call us We don’t care. Psychopath. It’s just the name of the ‘disease’.I merely can’t kill or harm anybody in real life even I’m in these states.

And I lost the important things during the journey, saying that it was hurt to get to know, especially if that person is the person we care for. We love or care and will say that if that person is disgusted in your disease Or what you are already are. They may not The person you should have to pay much attention to in your life If anyone you care, fear you because you have this disease. I know that You may have to end the ‘karma’ for that person. Because of how people interact Because we still have karma for each other

At first
That you think you are not sick It will give you a good idea of disease treatment. It is very important that you think that you are not sick because it will give you more encouragement to fight this disease because you feel like you are normal and you will definitely be back.

This is more important than anything because you think that you are not sick, it is like a self-fulfilling prophecy or a true prophecy in yourself. Similar to self-hypnosis or NLP.

In addition, you do not have to pay attention to other people who gossip about bad things or say bad things about yourself. There are a lot of people of this type. And these people, at the time, didn’t help anything. They will stomp you to the ground When you are in trouble Or when you don’t have a place to live or feel bad in life And then they aggravates what you are

That means they are not your good friends You don’t need to care. And pay attention to these people Because finally, The person you should pay attention to the most is yourself. Pay attention to your feelings. To make yourself feel good first And then generously Go to those around you

Under the smile behind the selfie

I have to keep the symptoms for 10 years together. My father disagrees with the disclosure of sickness because he thinks that my career will end here. But I don’t think, then I felt that keeping with myself It makes me feel heavier. As if carrying a large stone It’s a burden that makes me keep the past with myself. As soon as I reveal That I’m sick of bipolar disorder Entering the psychiatric hospital 6 times, heartbroken, unemployed, run out of money, I have nothing to fear anymore. Drawing work has improved significantly. Because those things are the ones that people think are the most embarrassing for one’s life, It is the end of everything in life.

But don’t forget I still have friends Left people who loved us, many more I still have skills. Still, have the ability to take it. At that time I was in a psychiatric hospital. I think of the scene in which Evie in V for Vendetta is writing her own name so the executioner can finish her. When you feel ‘tortured’ You will feel Death may be the end result, maybe better !! When you are not afraid of death Felt that life was extremely bad That is when you are the most independent. Because you are not afraid,  That is the best thing that will happen to a person’s life !! If you are not afraid. You can do many things in this world.

And after that, I am teachers for 10 years. If people would not come to study With me because of the reason for this disease Or because of my profile Let you know that I also not ready to teach you. And don’t want to teach you too Because you don’t give people a chance And may never have been so strong in life

Because what hurt us is ‘life’, it is a great ‘teacher’ period.

If you do not give life opportunities, make mistakes do not give opportunities to those who have had several mistakes in life. You will never succeed in life because of what? Because if you have never encountered life hurt at all You are like a person who has always been riding a tricycle. Not falling, not wrong and not learning anything …

Because of what you do in life Something failed Some success Who saw success Do you know how many times he fell? How much wounds Under a beautiful smile Under the face behind the screen, the selfie looks good Must hide tears And how much wounds?

What are you hiding? And keeping it hurt you? Does it make the wound more chronic than healing?
=================================================================================
open teaching manga illustration for worldwide student.Teaching with Skype .You can study illustration worldwide,no matter where you are, price is 25$ per session/1 hours for international-English session.I’m Thai but fluent in English speaking but I have Thai accent.So be sure you understand this before purchasing session.

Each class pack with free tarot reading session(In case you want)

You can purchase by inbox me (message) or note me your Skype ID and send me money by using this link paypal.me/meisanmui

Available course
each course has a very flexible time period.
-Basic illustration
-Manga illustration
-Manga character design

or order your custom session here
www.savvy.is/profile/meisanmui
(there’re 100% percent satisfaction guarantee here)

One thought on “บาดแผลเป็นในชีวิตครั้งใหญ่ของเรา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.