เราเคยคิดว่าโลกจะสลายไป

เราเคยคิดว่าโลกจะสลายไป

ที่บอกว่า มันเป็นวันที่โลกทั้งโลกพังทลายไปต่อหน้า มันคือ โลกแห่งจินตนาการของเราเอง ที่เราได้จินตนาการไว้ แตไม่ใช่โลกจริงๆ ที่เราอยู่ โลกนี้ ยังไม่แตกสลายนะคะ ถึงแม้ว่าคุณจะโดนคนที่คุณชอบ ‘ตัดเพื่อน’ เนื่องจากทะเลาะกันอย่างรุนแรง
เพื่อนหลายๆคนแนะนำว่า ให้ปล่อยไปๆ เราก็พยายามทำอย่างนั้นมาตลอด แต่ไม่รู้ทำไม ก็วนกลับไปลูป edge of tomorrow คิดถึงอดีต คิดถึงคนเดิมๆ แต่ก็พบว่า ที่เรารักคนๆนั้น เพราะคนๆนั้นสร้างประสบการณ์บางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกแปลกใหม่ และไม่เคยมีใครทำให้เรารู้สึกแบบนั้นมาก่อน มันเหมือนของหายาก นอกจากจะเป็นของหายากแล้ว เรายังไม่มีทางได้มันมาอีกแล้ว เหมือนซีดี ที่เลิกผลิต เหมือนเทป เหมือนวีดีโอ ที่เลิกผลิตแล้ว เราจึงโหยหาความสุขแบบเดิม แบบเก่า ที่เคยได้รับ ถึงแม้มันจะเป็นความรักข้างเดียว
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของโรคทางจิตเวชของเรา โรคไบโพล่าร์ สำหรับเรานั้นมีช่วงเดียวคือ Mania เราไม่มีช่วงอื่นเลย พูดง่ายๆก็คือไม่มีอาการซึมเศร้า หลังจากที่เราผิดหวังเรื่องความรักอย่างหนักหน่วง และออกจากงานประจำที่กำลังไปได้ด้วยดีแล้ว พอเรากลับมาบ้าน เราก็มีอาการ จริงๆ เราก็มีอาการตั้งแต่อยู่ที่สิงคโปร์แล้ว ก็คือเก็บตัว ไม่พูดไม่จากับใคร อ่านหนังสือและค้นคว้าอะไรแปลกๆ
เราคิดว่าหลายๆคนโดยเฉพาะคนในโลกออนไลน์ที่ไม่รู้จักเราดีคงจะสมน้ำหน้า และรู้สึกสะใจที่เราเจอแบบนี้
หลายๆคนคงจะคิดว่า ดีแล้ว เจอซะบ้าง !!
เพราะอะไรเราถึงคิดแบบนี้ เพราะว่า เราเจอความคิดเห็นในโลกออนไลน์ต่างอยากรู้เรืีองที่เราไปสิงคโปร์ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างสมน้ำหน้า และด่าเราที่เรามือตก ด่าว่าเราหมดสภาพ ไม่มีใครสงสัยว่าเราต้องเจ็บปวดขนาดไหนเราถึงผ่านมันมาได้และยังต้องมาเจอความเห็นที่เลวร้ายในโลกออนไลน์ บางคนก็รู้ว่าเราเจอเรื่องเลวร้ายมา อกหักมา แล้วก็อยากรู้ว่าเราโดนอะไรมา มือถึงตก เราไม่เข้าใจเลยค่ะ ทำไมคุณถึงอยากรู้ขนาดนั้นคะ เพราะว่าอยากเอาไปพูดต่อหรือเปล่า ในเมื่อคุณอยากรู้ วันนี้เราก็จะเขียนมันเป็นหนังสือให้คุณได้อ่านค่ะ แต่ตอนนี้ เราไม่สนใจความเห็นพวกนั้นแล้วหละค่ะ เพราะมันไม่ใช่คนที่เราจะไปแคร์ เราเขียน เพราะเราอยากให้มันเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
แต่จะบอกว่า ตอนเจอเรื่องเลวร้าย มันไม่ได้สนุก มันเจ็บปวด ทุกครั้งที่เข้ารพ.ก็จะ delusion จิตหลอนอะไรแปลกๆ คิดซ้ำๆเรื่องความหมายของชีวิต ถ้าเกิดมาแล้วมันทุกข์ขนาดนี้ แล้วเราจะเกิดมาเพื่ออะไร ? มันมีความหมายอะไรเบื้องหลังของการเกิดมาของเราหรือไม่?
แต่ตอนนี้เราคิดออกแล้วค่ะ คนเราเกิดมา เพื่อมีความสุขค่ะ
และความทุกข์ขั้นสุด ก็เป็นร่างกลับของความสุขขั้นสุด ถ้าเรามีความทุกข์ที่สุดๆมาแล้ว คนเราจะมีความสุขได้ง่ายมากๆ

กดปุ่ม

บางคนอาจจะบอก เออวิธีแก้ ง่ายมากเลย เลิกคิดถึงคนนั้น ลืมมัน ลืมๆไป เหมือนกดปุ่ม delete ลบไปเลยจากความทรงจำ ประเด็นคือ มันไม่ใช่แค่คนนั้น ลืมคนนั้นซะ แล้วเราจะเลิกเป็นโรคจิตเวช มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะคะ หมายถึง เราเข้าใจว่าต้องลืมนะ ต้องก้าวต่อไปแล้ว แต่ขั้นตอนที่จะ overcome สิ่งนี้มันยาวนานมาก จนเรารู้สึกว่ามันนานเกินไปเหมือนกัน ทำไมเราจะไม่รู้ แล้วทำไมเราจะไม่อยากหายหละ

ทำไม เราถึงไม่อยากจะออกจากความทรมานนี้หละ?เราก็อยากลืม อยากลบทุกอย่างออกไป อยากแก้ไขใหม่ ทุกคนต่างอยากมีความสุข อยากพันทุกข์ทั้งนั้น ถ้ามันลืมกันง่ายๆแบบนั้น มันก็เหมือนหนัง eternal sunshine of spotless mind แล้ว ที่ให้หมอลบความจำทิ้ง จะได้ไม่ต้องเจ็บปวด แต่อย่าลืมว่า ทุกครั้งที่เราลบความจำ เราได้เสียประสบการณ์นั้นไป ดังนั้น มันไม่ใช่การลบ แต่เป็นการเรียน เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างหากที่จะทำให้คนเราก้าวต่อไปอย่างสมบูรณ์

เราเข้าใจว่าเราเจ็บปวดนานเกินไป เราเสียใจนานเกินไป แต่ทั้งหมดนั้นมันทำให้เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้ การที่เราเสียใจนาน เป็นเพราะว่า ความรู้สึกเราเยอะกว่าคนปกติมาก ภาพของเราจึงออกแนว emotion ,emotive portrait แสดงอารมณ์หลากหลายในบางครั้ง โดยเฉพาะอารมณ์เศร้าที่เราสามารถถ่ายทอดออกมาได้ เราเองยังไม่เสียใจเลยกับเรื่องนี้

เราไม่รู้สึกว่ามันด้อย เพราะมันอยู่ในยีน มันทำให้เราสามารถสร้างงานศิลปะได้ไม่เหมือนใคร ดังนั้น การที่เราได้ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมา มันก็เป็นส่วนนึง ของความเสียใจ เราอยากจะ pay it forward อยากจะสร้างให้มันเกิดอะไรให้กับสังคมนี้ อยากจะให้คนที่เป็นเหมือนกัน รู้สึกดีขึ้น รู้สึกว่าเขามีเพื่อน และไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เขาไม่ได้เป็นโรคนี้คนเดียว

บางทีเราก็หวังนะคะ หวังว่าจะมีปุ่มอะไรสักอย่างที่กดแล้วจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่ว่าการกระทำแบบนั้นมันแปลกค่ะ เพราะอะไร?เพราะตัวตนเราในปัจจุบันจะหายไปเลยค่ะ แล้วเราก็จะเสียบทเรียนที่เราเคยเรียนไป ไปพบกับความเจ็บปวดและบทเรียนใหม่ๆ เพราะชีวิต ไม่ใช่หนังสือนิทาน ที่ happily ever after ค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.