น้องสาวเราบอกว่า นับถือเจ๊

นับถือเจ๊ ที่จบ architecture หรือสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่เป็นคณะที่ไม่ตรงกับสายวาด 100% เป็นคณะที่เรียนยาก(สำหรับเราคือเรียนยากมากๆนะ = = ; นอกจากนี้ ที่เราบอกว่า เราเรียนจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นอะไรที่หินขึ้นไปอีกเท่านึง เพราะตอนเอนท์มันคัดตัวกันมาแล้วในระดับหนึ่ง คัดความเอาจริง เลยมีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น เท่ากับว่า เราได้อยู่ในหมู่เพื่อนที่ออกแบบเก่งกว่าเราทั้งนั้น) แล้วสามารถทำงานที่ไม่ตรงสายได้มาจนถึงปัจจุบัน จากเด็กเรียนท็อปในห้องตอนม.ปลาย กลายเป็นเด็กเรียนเกือบโหล่ในคณะ ซึ้งตอนแรกก็ทำใจยอมรับไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่ซิ่ว

มีหลายคนบอกว่า หัวหมา ดีกว่าหางสิงห์

แต่การเป็นหางสิงห์ การเป็นนักเรียนที่(เกือบ)
โหล่ในคณะดีไซน์ในมหาวิทยาลัยที่ดี จบมาด้วยเกรดสวยๆ
เกรดนิยมอันดับหนึ่ง 2.37
ก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างค่ะ

ได้เรียนรู้ว่า มีคนเก่งกว่าเรามากมาย ในห้อง
และในโลกนี้ด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องทะนงตนมากหรอก
ซักวันก็จะมีคนมาล้มเรา ถ้าเราเป็นที่หนึ่ง…ในเรื่องไหนก็ตาม
ดังนั้นแทนที่จะมุ่งมั่นเป็นที่หนึ่ง คิดซะว่าชีวิตคือการวิ่งมาราธอน ไม่มีที่หนึ่ง สอง สาม มีแต่เข้าเส้นชัยหรือไม่

ในความคิดเรา เราก็บอกว่า มันโหดจริงนั่นแหละ การเรียนคณะนี้ จริงๆเราก็เกือบเรียนไม่จบเหมือนกัน เพราะตอนแรกเราจะทำสวนสนุก แล้วอาจารย์ห้าม ไม่ให้ทำ เพราะคิดว่า เราจะไม่จบ 5555 ซึ่งรุ่นพี่เรา ที่เก่งๆเทพมากๆ อย่างพี่เต้ยรุ่นพี่เรา Chatchai Thammaphirome เลือกทำสวนสนุก ซึ่งเป็นโปรเจคที่ยากมาก ตอนแรกเราก็เสียใจที่ไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้ดีใจว่ะ…. ไม่งั้นอาจจะซวยได้อาจจะเรียนไม่จบ ก็เลยได้ทำสวนสัตว์เด็กแทน

หลายๆคนอาจจะเข้าใจผิด ว่าสถาปัตยกรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการวาดรูป และเข้าไปแล้วจะได้วาดรูปเยอะแยะมากมาย และการที่เราวาดรูปเก่ง เพราะเราจบสถาปัตย์แน่ๆ ไม่จริงเลยค่ะ 555 เราว่า พวกมัณฑณศิลป์ หรือนิเทศศิลป์ ถึงแม้จะไม่ใช่คณะการ์ตูน แต่จะได้สกิลการออกแบบในทางที่ใกล้กับการ์ตูนและเซนส์ที่เอามา apply ได้เยอะกว่ามาก

น้องสาวเราที่จบนิเทศศิลป์ แต่พอจบมากลายเป็นน้องเราวาดรูปน้อยกว่าเราอีก เพราะน้องเรารู้สึกว่า ภาพสวยๆมันไม่ได้ทำยาก แต่ภาพที่มีความหมายทำได้ยากกว่าก็เลยรู้สึกว่า ไม่อยากวาดรูปที่ไม่มีความหมาย แต่เราก็ยอมรับว่าน้องเราเป็นกราฟิคดีไซน์เนอร์ที่เก่งค่ะ เพราะว่าเราเองยอมรับว่า ถ้างานไหนเราไม่ได้ชอบแล้ว เราจะทำมันได้ไม่ดีเลยค่ะ ถ้านักออกแบบที่ดี ก็ควรจะทำได้ทุกงาน

สถาปัตยกรรมศาสตร์

มันไม่ใช่แค่การวาดรูปสวยๆค่ะ มันคือการออกแบบ ซึ่งมี 4 มิติ มีมิติเรื่องของเวลา และการใช้เสปซเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าถามว่า ทำไม เราถึงเป็นนิสิตสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่ทำได้ไม่ดีเท่าไร ในเรื่องของการออกแบบ เพราะมันซับซ้อนมากค่ะ เวลาทำแบบ เรามีปัญหา เรื่องการทำแบบให้เสร็จครบถ้วน เนื่องจากระบบความคิดของเรา ซึ่งเราแก้ไขเรื่องนี้ได้ ตอนที่เราทำงานวาดเป็นอาชีพค่ะ เวลาทำแบบสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรนเดอร์สวย เพราะอาจารย์ให้คุณค่าตรงนี้ แค่ 10% แต่แบบครบ และทุกอย่างครบ ออกแบบได้ตรงตามโจทย์ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าแบบที่ดี

สำหรับเราที่ต้องมี condition บางอย่างมาบังคับชีวิต ให้เป็นไฟต์บังคับ อย่างเรื่องของการเรียนจบมา ด้วยเกรดไม่ค่อยดี ทำให้เราไม่อยากเป็นนิสิตที่ทำงานสายนี้โดยตรง ตอนนั้น พ่อก็บอกว่า เออ..ทำไมไม่ทำงานภูมิสถาปัตยกรรมที่จบมา อุตส่าห์เรียนมาตั้ง 5 ปี(เรียนคณะนี้ 5 ปีจบค่ะ จบเวลาปกติ) เราก็บอกว่า ขอลองทำตามที่ชอบก่อนพ่อ สุดท้ายแล้วชีวิตเราก็ผกผัน กลายเป็นว่าตอนนี้ อยากทำอะไรก็ได้ทำอย่างที่คิดจริงๆ อยากทำงานแบบไม่มีใครบังคับ ก็ได้ทำ

ในสังคมที่บอกว่าพร่ำบอกเราต้องเป็นที่หนึ่ง…

 
ทำไมเราต้องเป็นที่หนึ่งคะ?
ทำไมต้องเรียนให้ได้ 4 ทุกวิชา ให้ได้ A ทุกวิชา ?
ทำไม ต้องเป็นนักเรียนมารยาทดีเด่น?
ต้องเรียนได้ท็อปของห้อง ของโรงเรียน
ชีวิตต้องห้ามมีประวัติด่างพร้อย
ต้องได้แต่งงาน มีลูก มีสามี อยู่กินกันอย่างมีความสุข
 
จากคนที่ได้เกียรติบัตรเรียนดีทุกปี
เกียรติบัตรนักเรียนมารยาทดี เกือบทุกปี
จนถึงนักเรียนที่โหล่
จากคนที่เคยประสบความสำเร็จ
ออกทีวีหลายๆช่อง ได้ลงแม็กกาซีนหลายเล่ม
แล้วก็ออกผลงานตัวเอง ได้ทำงานกับลูกค้าชั้นนำ
จนถึงเป็นคนที่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวช(ไบโพลาร์)
 
การที่ชีวิตเรา roller coaster แบบนี้ ทำให้เรารู้ความจริงอะไรบางอย่าง
 

“ชีวิตไม่ใช่ Trophy ค่ะ ไม่ใช่สิ่งที่คุณเอาไว้ถืออวดชาวบ้าน”

 
เพราะถ้าคุณทำแบบนั้น ชีวิตคุณมองแต่สายตาชาวบ้าน สายตาคนอื่น คนที่ไม่ใช่คุณ ไม่ใช่ตัวคุณเอง คุณมองจากภายนอก คุณจะไม่มีทางมีความสงบ หรือสุขจากภายใน
 
และบอกได้เลยว่า
การคาดหวังกับชีวิตมากเกินไป ทำให้คุณทุกข์
และทุกข์มากๆได้ค่ะ การคาดหวังว่าชีวิตจะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ ต้องประสบความสำเร็จแบบนั้นแบบนี้ คุณได้สร้างกรอบให้ตัวเองวิ่งใน’กรอบ’นั้น
 
แต่บางคนก็บอกว่า เป็นที่หนึ่ง
สู้เป็นคนดีของสังคมไม่ได้
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันนะคะ
คุณสามารถเป็นที่หนึ่งในขณะเดียวกัน
ก็เป็นคนดีกับสังคมได้เช่นกัน
 
สิ่งที่อยากจะสอนก็คือ ปล่อยวางค่ะ ทำเต็มที่ ปล่อยวางผลลัพธ์ มันจะดีหรือเลว จะเวิร์คไม่เวิร์คช่างมัน จะเป็นที่หนึ่งหรือไม่ ไม่ต้องไปสน แค่ เราทำเต็มที่ของเราแล้ว แล้วผลมันจะออกมาเป็นยังไง อีกเรื่องนึง เราไม่ต้องหวังที่หนึ่ง แค่ตอนทำข้อสอบ กาข้อที่มั่นใจว่าถูก ทำดีที่สุด แล้วออกมา ปล่อยวางผลลัพธ์ชีวิต เลือกทางเดินที่ใช่ ปล่อยวาง จบค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.